วิธีเช็คโรคติดเชื้อไวรัส RSV อาการคล้ายไข้หวัด รีบนำลูกส่งโรงพยาบาลด่วน!!

RSV ย่อมาจาก Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการอักเสบที่เยื่อบุส่วนล่างของทางเดินหายใจคือ เกิดภาวะปอดอักเสบซึ่งไวรัสตัวนี้สามารถพบได้ในช่วงปลายฝนต้นหนาว โรคที่พบมากในเด็กเล็ก ผู้ปกครองต้องระวังและดูแลลูกของตัวเองอย่างใกล้ชิด ไวรัสตัวนี้มีอาการและวิธีป้องกันอย่างไร? ผู้ปกครองสามารถศึกได้ตามด่านล่างนี้ได้เลยค่ะ

ไวรัส-RSV1

เชื้อไวรัส RSV คืออะไร?

ไวรัส RSV ย่อมาจาก Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้จาการสัมผัสของผู้ติดเชื้อไวรัส RSV เข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา หู จมูก ปาก หรือสัมผัสเชื้อโดยตรงจากการจับมือ ไวรัส RSV จะมีชีวิตยู่ภายนอกร่างกายได้หลายชั่วโมง เด็กเล็กสามารถรับเชื้อไวรัสได้ตั้งแต่แรกเกิด โดยเชื้อมีระยะฟักตัวประมาณ 2-6 วัน หลังจากที่ได้รับเชื้อ

ไวรัส-RSV3

ผู้ปกครองสามารถสังเกตอาการของลูกน้อยว่าเป็นติดเชื้อ RSV หรือไม่? สามารถสังเกตได้ตามดังนี้

  1. ภาวะขาดน้ำ สังเกตเวลาลูกร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา
  2. อาการไข้สูงขึ้นๆ ลงๆ และมีน้ำมูกใสๆ ไหลตลอดเวลา
  3. เบื่ออาหาร งอแง และอาการซึม
  4. ไอมากจนเหนื่อย ไอคล้ายเสียงหมาเห่า จามบ่อย
  5. มีเสมหะสีคล้ำเขียว หรือสีเหลือง
  6. หายใจเป็นเสียงหวีด หายใจตื้นเร็ว สั้น ดูเหนื่อย หายใจลำบาก ปีกจมูกบานเวลาหายใจ
  7. ปลายนิ้ว เล็บ เริ่มเปลี่ยนสีเป็นเขียวคล้ำ ตัวลายเขียวจากการขาดออกซิเจน

นอกจากนั้นมีอาการหอบ ไอรุนแรง ทำให้อาการรุนแรงอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตแต่พบไม่มาก การเสียชีวิตเป็นเพราะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว โดยเฉพาะเด็กทารกอายุน้อยๆ จะยิ่งเสี่ยง หรือเป็นเพราะการส่งผู้ป่วยมารักษาช้าเกินไป

ไวรัส-RSV2

วิธีการรักษาเบื้องต้น

  1. ทานยาลดไข้ตามอาการทุก ๆ 4- 6 ชม.
  2. คอยเช็ตตัวให้ลูกเล็กเพื่อให้ไข้ลด
  3. นอนพักผ่อนให้มาก ๆ จะทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไวขึ้น
  4. หากวันที่ 4 ทานยากแล้วอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาล แพทย์จะทำการรักษาตามอาการของคนไข้

วิธีการป้องกันไม่ให้เสี่ยงเป็นไวรัส RSV

  1. หมั่นคอยล้างมือด้วยน้ำสบู่ทุกครั้งก่อนสัมผัสและก่อนอุ้มเด็ก
  2. ถ้าหากลูกติดเชื้อ RSV หยุดเรียนเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อ
  3. หลีกเลี่ยงการจูบและหอมเด็ก เพราะอาจเป็นการแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว
  4. ใส่หน้ากากอนามัย หรือใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ จาม
  5. ไม่นำบุตรหลานไปในที่ชุมชนคนเยอะ
  6. หมั่นทำความสะอาดของใช้ ของเล่น และแยกแก้วน้ำส่วนตัว

 

เรื่องสุขภาพที่น่าสนใจ